ระบบการเงิน การแลกเปลี่ยนข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญล้วนพึ่งพาการเข้ารหัสลับ แต่เมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมพัฒนาถึงระดับที่เรียกว่า CRQC (cryptographically relevant quantum computer) ก็จะสามารถทำลายอัลกอริทึมกุญแจสาธารณะที่ใช้กันแพร่หลาย เช่น RSA และ ECC ได้ ที่น่ากังวลกว่าคือภัยแบบ "เก็บข้อมูลไว้ก่อน ถอดรหัสภายหลัง" (Harvest Now, Decrypt Later: HNDL) ซึ่งทำให้ข้อมูลที่ต้องเก็บเป็นความลับนานๆ มีความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้
ร่างแผนแม่บทของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) แปลงกรอบการเตรียมความพร้อมให้เป็นแผนดำเนินงานระดับประเทศ โดยยึดท่าทีเชิงนโยบาย 4 ประการ
- PQC-first: ใช้วิทยาการรหัสลับหลังยุคควอนตัม (PQC) เป็นแนวทางหลัก
- QS-aware: ดำเนินงานภายใต้กรอบการเตรียมความพร้อมสู่ความปลอดภัยเชิงควอนตัม
- QKD-selective: ใช้การกระจายกุญแจเชิงควอนตัม (QKD) เฉพาะกรณีที่จำเป็นและมีหลักฐานรองรับ
- Smart Adopter: เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างมีวิจารณญาณและตรวจสอบได้
การดำเนินงานแบ่งเป็น 4 ระยะ
- ระยะที่ 0 (2026): จัดตั้งกลไก
- ระยะที่ 1 (ถึง 2027): สำรวจและจัดทำบัญชีรายการการเข้ารหัสลับ
- ระยะที่ 2 (2028–2030): นำร่องและเปลี่ยนผ่านระบบเสี่ยงสูง
- ระยะที่ 3 (2031–2035): เปลี่ยนผ่านในวงกว้างและประกันความพร้อม
แต่ละระยะมีจุดตรวจสอบความพร้อม (Gate A, B, C) ก่อนก้าวสู่ระยะถัดไป ส่วนกลไกขับเคลื่อนกำหนดบทบาทเชิงหน้าที่ 9 ด้าน (R1–R9) และชุดงานระดับชาติ 8 ชุด แผนยังใช้การจัดซื้อจัดจ้างเป็นกลไกเร่งให้ระบบใหม่มีความคล่องตัวด้านการเข้ารหัสลับ (crypto-agility) ตั้งแต่ต้นด้วย
สิ่งที่องค์กรเริ่มได้ทันที: จัดทำบัญชีรายการว่าระบบใดใช้การเข้ารหัสลับแบบไหน ระบุข้อมูลที่ต้องเก็บเป็นความลับนาน และกำหนดเงื่อนไขด้าน PQC และ crypto-agility ในการจัดซื้อระบบใหม่
ที่มา: (ร่าง) แผนแม่บทฯ โดย สกมช. เอกสารฉบับร่างเพื่อรับฟังความคิดเห็น ยังไม่ใช่ฉบับทางการ ลิขสิทธิ์เป็นของ สกมช. InfraLab เผยแพร่ต่อเพื่อการศึกษาเท่านั้น